
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการขยายพื้นที่ให้บริการและเสริมสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่เข้ามาลงทุนในเขตอุตสาหกรรมนวนครเพิ่มขึ้น ซึ่งการลงทุนดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงให้กับบริษัท แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของ ประเทศ จากการเสริมสร้างการจ้างงานและการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที
บริษัทมีแผนการพัฒนาธุรกิจในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในด้านการขยายพื้นที่ให้บริการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ การเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในเขตอุตสาหกรรมนวนคร โดยจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าผ่านการให้บริการที่เป็นเลิศและเทคโนโลยีที่ทันสมัย นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการในพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดและความต้องการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการภายในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence :AI) มาใช้ ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่ง AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการผลิต การ บริหารจัดการ การควบคุมคุณภาพ และการบริการลูกค้า ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรม นวนคร พัฒนากระบวนการผลิตให้มีความ รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น การใช้ AI ยังช่วยให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและทัน เวลา แต่การนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานบางประเภท โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีลักษณะงานซ้ำ ๆ ที่สามารถถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้สามารถเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจใน ระยะยาว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการสร้างความมั่นคงการให้บริการด้านพลังงานในเขตอุตสาหกรรม นวนคร ปทุมธานี บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัทผู้เชียวชาญเกี่ยว กับโรงงานผลิตไฟฟ้า โดยร่วมก่อตั้งบริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้า สำหรับเฟส 1 และ 2 รวม 185 เมกะวัตต์ และผลิต ไอน้ำได้ 40 ตันต่อชั่วโมง และกำลังดำเนินการ เฟส 3 เพิ่มกำลังผลิตอีก 30 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการภายในเขต อุตสาหกรรม สำหรับเขตอุตสาหกรรม นวนคร นครราชสีมา บริษัทได้ร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าอาร์ อี เอ็น โคราช เอนเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า ประเภท Independent Power Supply ระบบโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิตรวม 31.2 เมกะวัตต์ ได้ดำเนินการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว ในปี 2567 ธุรกิจโรงไฟฟ้าสะท้อนให้เห็นแนวทางการบริหารงานของบริษัทในการลงทุนร่วมค้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
บริษัทของเราได้ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง โดยยึดหลักการของ ESG ซึ่ง ประกอบด้วย 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่เรามีความตระหนักในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมุ่งมั่นในการลดผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้น (2) ด้านสังคม (Social) โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างมีระบบ เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อประชาชนบริเวณรอบ โครงการ และ (3) ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งเรายึดมั่นในหลักการที่โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้ธุรกิจของเรามีค วามยั่งยืนและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในระยะยาว
ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัทขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจในการ ดำเนินงานของบริษัทตลอดระยะเวลา รวมถึงขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่มีความเชื่อมั่นในการลงทุนและขยายการลงทุนในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม นวนคร ด้วยความมุ่งมั่นที่เราจะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความ ยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
ประธานกรรมการ